Sunday, March 1, 2009

การทดลอง


"Behind my mask I am not me but a new personality ... much more exciting ..."
ประโยคนี้ผมได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่ง แปลเป็นไทยประมาณว่า "ภายใต้หน้ากาก ฉันไม่ใช่ฉันแต่เป็นคนใหม่ ที่น่าตื่นเต้นกว่าเดิมเยอะ" อาจเป็นประโยคที่อธิบายความรู้สึกที่ผมมี ต่อผู้หญิงขี้อายในเมืองก็ได้ครับ


ผมเคยทำการทดลอง กับเพื่อนผมเองนี่แหละครับ ผมให้เธอชื่อ"เอ"ละกัน โดยเพื่อนผมเป็นคนหน้าตาน่ารัก หุ่นดี แต่เรียบร้อยและขี้อายมากๆ วันหนึ่ง ผมได้หน้ากากแบบสวมหัวมา เป็นหน้ากากรูปผู้หญิงผมบลอนด์คาบบุหรี่อยู่ ผมเอามาอวดเอที่หอก่อนมามหาลัย (เราอยู่หอเดียวกันครับแต่คนละห้อง) เอมองหน้ากากนิ่ง แล้วก็พูดขึ้นมาว่าเราใส่ไปเล่นที่คณะดีกว่า แล้วเธอก็คว้าหน้ากากขึ้นมาสวม หน้ากากมีขนาดเล็กและพอดีกับหน้าของเอเลยครับ เราขึ้นรถสองแถวมามหาลัยด้วยกัน ไม่ต้องสงสัยเลยนะครับว่าเราจะเป็นเป้าสายตาขนาดไหน ระหว่างเราเดินจากหน้ามหาลัยไปถึงคณะ ผมสังเกตุเห็นเธอเดินมั่นๆ ยืดหน้าอกตั้ง บิดเอว แบบคนที่มั่นใจในตัวเองเต็มที่ สบตากับทุกคนที่จ้องเธออยู่


เราแยกกันก่อนถึงตึกคณะ เธอให้ผมไปหลบก่อนเพราะถ้าใครเห็นเธอเดินมากับผมก็จะรู้ทันทีว่าเป็นเธอ ผมเห็นเธอเดินขึ้นตึก ทักทายทุกคนที่เธอเดินผ่าน ทุกคนก็ดูแปลกใจและดูตื่นเต้นว่าใครอยู่ภายใต้หน้ากาก แต่เธอคุยไม่หยุดเลยครับ เล่นจีบกับคนนั้น แหย่คนนี้ จนมีคนมามุงดูเธอเป็นกลุ่มใหญ่ทีเดียว ผมเองก็ทำเป็นเดินเข้าไปมุงด้วย สังเกตุเห็นผิวที่คอเธอแดง จังหวะการพูดกระชั้น รัว หายใจกระเส่า ดูตื่นเต้นกับค่อนข้างมีอารมณ์ทีเดียว พอเธอเห็นผมเดินขึ้นไปเธอก็ทำเป็นหันมาคุยกับผม ถามผมว่า "นี่ ชั้นน่ารักมั๊ย" ผมตะลึง ไม่รู้จะตอบยังไงดี เธอยืนขึ้น ยื่นหน้าเข้ามาใกล้หูผม ถามว่า "ว่าไง ตอบไม่ถูกเลยเหรอ" แล้วยื่นปากเข้ามาใกล้ปากของผม "ตอบมาหน่อยสิ" ผมเห็นตาของเอผ่านรูลูกตาเล็กๆ ของหน้ากาก ตาเอหรี่ปรือ ฉ่ำมากเลยครับ ตอนนี้เพื่อนๆ รอบตัวผมเริ่มแซว เฮ้ย ตอบอะไรหน่อยเดะ ป๊อดว่ะ เอก็ยื่นหน้าใกล้เข้ามาอีก ดูเธอสนุกมากเลย ตอนนั้นบุหรี่ของหน้ากากมาโดนปากของผมเข้า เอหลับตา ร้องอืมม์ แล้วดูเธอจะรู้สึกตัว ตาลุกโพรง แล้วก็เดินออกจากกลุ่มขึ้นชั้นสองไปเลย พวกเพื่อนผมมองตามเธอไป บางคนพยายามเดินตามแต่ผมแกล้งทำเป็นคุยถ่วงเวลา เช้าวันนั้นผมไม่พบเออีกเลย เจอกันครั้งหนึ่งในคาบเรียนแต่เรานั่งแยกกัน แล้ววันนั้นทั้งวันดูเหมือนเอพยายามหลบหน้าผม เราเจอกันอีกครั้งตอนกลับถึงหอพักแล้ว เอบอกผมว่าหน้ากากนั้นน่ะ เธอยึดนะ ผมก็ถามว่าวันนี้เป็นยังไง แกล้งเราเพลินเลยนะ เอก็ยิ้มๆ หน้าแดง แล้วก็เดินไปเลย

ว่าจะเล่าสั้นๆ นะครับเนี่ย เผลอยาวเลย ผมมีความสนใจในอารมณ์ของหญิงสาว เวลาที่ไม่ต้องถูกผูกมัดอยู่กับการถูกตัดสินสังคม อิสระจากจารีตธรรมเนียมและหน้ากากบุคลิกที่ปกติเราต้องใส่ทุกวันอยู่แล้ว ผมยังเคยทดลองกับคนอื่นอีกหลายครั้ง แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ

2 comments:

  1. ชอบแนวนี้มากคัับ ช่วยเล่าประสบการณ์ลักษณะนี้เพิ่มด้วยคับ

    ขอบคุณมากคับผม

    ReplyDelete