Sunday, February 22, 2009

นิยาย


ผมเคยแต่งเรื่องสั้นจากประสบการณ์ ผสานอารมณ์ความรู้สึก แล้วโพสท์ไว้ที่บอร์ดแห่งหนึ่ง แต่งเอาไว้นานแล้ว ลองอ่านดูนะครับ


Erotic Mask

ผมหลงรักผู้หญิงอยู่คนนึงครับ ผมเป็นเพื่อนกับเธอตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว ผมเองจีบเธอมาเป็นปีเหมือนกันแต่ไม่ติดครับ ด้วยความที่เธอเป็นสเป็คในฝันของผู้ชายหลายคน รูปร่างสูงแต่อ้อนแอ้น ใบหน้ารูปไข่ ผมยาว ตาสวย ริมฝีปากน่าสัมผัส บางครั้งเวลาบังเอิญถูกตัวเธอผมแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ แต่เธอกลับควบคุมตัวเองได้ดีมาก ทั้งๆ ที่สนิทกันขนาดมานอนเล่นที่ห้องผมตอนกลางคืนบ่อยๆ แต่ผมก็ไม่เคยได้สัมผัสกับเธอเลยด้วยความที่เธอไว้ใจผม

ตอนปี 4 ช่วงที่เรากำลังจบมหาวิทยาลัยกัน มีงานเลี้ยงฉลองจบงานโครงการในคณะ ปีนั้นพวกเราเสนอให้เป็นงานเลี้ยงแฟนซีสวมหน้ากาก ให้ทุกคนแต่งกันแบบดูหรูหน่อย ผมกับเธอก็ไปร่วมงานนี้ ผมก็ใส่หน้ากากโซโลธรรมดา เธอมีหน้ากากหนังสีแดงปิดหน้าผากถึงจมูกซึ่งได้มาตอนเธอไปเที่ยวต่างประเทศ หน้ากากอันนี้เธอใส่แล้วไม่มีใครจำเธอได้หรอกครับ แต่กลับดูเป็นภาพผู้หญิงที่เซ็กซี่มาก ตัวหน้ากากแนบเนื้อและขับเน้นเรียวปากอวบอิ่มสีแดงสดออกมา สวมชุดแสคเกาะอกสีแดง ผมแทบปล้ำเธอตั้งแต่เธอมาเปลี่ยนชุดที่ห้องผมแล้ว ตัวเธอเองก็คงรู้สึกแปลกๆ กับตัวเองเหมือนกันเพราะชุดแสคมันรัดรูปและขับส่วนโค้งเว้าของเธอออกมาได้อย่างโดดเด่น แต่เพราะหน้ากากทำให้มองยากว่าเธอรู้สึกอย่างไร

พอไปถึงผับที่จัดงาน ตัวผมกลายเป็นไม่มีใครสนใจไปเลยเพราะทุกคนจ้องอยู่ที่หญิงสาวลึกลับในชุดแดง แต่มีกฎอยู่ว่าห้ามเปิดหน้ากากจนถึงเที่ยงคืน จึงไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใคร วันนี้เธอแปลกไปครับ จากปกติจะเป็นคนเรียบร้อย พูดน้อย วันนี้เธอจะพูดมากเป็นพิเศษ แซวคนโน้นคนนี้ไปทั่ว แล้วก็ลุกขึ้นไปเต้นแบบไม่หยุดเลย อาจเพราะเห็นว่าไม่มีใครจำเธอได้ก็ได้เนื่องจากเป็นคณะใหญ่ ผมเองก็นั่งดูเธออยู่

พอเต้นไปได้ซักพักเหมือนเธอมันมาก เริ่มเต้นแบบยั่วๆ ตาก็เยิ้มจากออนเดอะร็อคเข้าไปแก้วที่สอง มีผู้ชายสองสามคนเข้าไปเต้นกับเธอ เธอก็ยิ้มแล้วก็เต้นเล่นหูเล่นตากับผู้ชายกลุ่มนั้น พวกนั้นก็เริ่มได้ใจ เต้นประชิดตัวขึ้นแล้วก็พยายามแต๊ะอั๋งเธอ เธอตกใจมาก ปัดมือของพวกมันทิ้งแล้วถอยหนี ไอ้พวกนี้มันก็ไม่ยอมเลิก พยายามจะลูบตัวเธอต่อให้ได้ ตอนนี้ผมทนไม่ไหวแล้ว เดินเข้าไปผลักอกแล้วจะกระทืบพวกมันต่อ (ผมมีพวกครับ) แต่เพื่อนๆ คนอื่นๆ ก็เข้ามาไกล่เกลี่ยแล้วเลิกกันไป เธอยังผวาไม่หายผมเลยพาเธอกลับ

ผมพาเธอไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่ริมทะเลเปลี่ยวๆ แห่งหนึ่ง เธอยังใส่หน้ากากอยู่เพราะว่าเธอทำผมทับสายรัดหน้ากากเอาไว้ ผมเลยใส่เป็นเพื่อนเธอ ก็ได้อารมณ์แปลกๆ ไปอีกแบบ เธอถามผม "วันนี้เราเล่นมากเกินไปเหรอ" ผมก็ตอบว่า "เออ ยังกับไม่ใช่เธอแน่ะ" เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง "มันเพลินไปหน่อยน่ะ รู้สึกว่าไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใคร ก็เลยเล่นมากไป" "เธอไม่ต้องคิดมากหรอก วันนี้ไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใครกันอยู่แล้ว ก็แค่ปลดปล่อยน่ะ" แล้วปลอบเธอสักพักนึงเธอก็เริ่มหัวเราะกับผมได้ ผมนั่งคุยไปชำเลืองมองเธอไป เธอเซ็กซี่ชะมัด แล้วอยู่ดีๆ บรรยากาศก็เงียบไป อึดอัดยังไงบอกไม่ถูก ผมก็พยายามนึกเรื่องคุย พอนึกได้ก็หันไปหาเธอเลยจังหวะเดียวกับที่เธอหันมาพอดี "อา..." เธอร้องครางตอนที่ปากของเราชนกันแผ่วๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ แก้มขาวๆ ของเธอแดงแป๊ด แล้วเธอก็เริ่มบิดตัวไปมา ผมก็เริ่มรู้ว่าเธอคงเกิดอารมณ์ตั้งแต่ตอนที่เธอถูกลวนลามแล้ว ตอนนี้ผมเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน "...เรารักเธอนะ" แล้วผมก็รวบตัวเธอเข้ามากอด บรรจงจูบริมฝีปากอวบอิ่มคู่นั้นเบาๆ เธอไม่ขืนตัวเลยครับ อ่อนระทวยไปหมด ผมเริ่มลูบไล้แผ่นหลังของเธอ ตัวเธอร้อนมาก ผมจูบซอกคอของเธอในขณะที่มือเริ่มลูบผ่านหน้าอกเธอจากนอกเสื้อผ้า เธอเริ่มครวญครางแบบอดกลั้นไม่ไหว จูบผมตอบอย่างหิวกระหาย ปลายนิ้วเรียวๆ ของเธอกรีดไปมาบนแผ่นหลังของผม ผมถลกแสคของเธอขึ้น ใช้ปากจุมพิตบนเนินอกอวบอิ่มคู่นั้นขณะที่มือเอื้อมไปปลดตะขอบรา ตอนนี้เธอเป็นฝ่ายเคลื่อนไหวไปมาบนตัวผม ถอดเสื้อผมออกมาพร้อมกัน ผมเลื่อนมือลงไปถอนกางเกงในของเธอออก ตอนนี้กางเกงเปียกแฉะไปหมดเลยครับ รู้สึกได้ถึงน้ำอุ่นๆ ของเธอไหลออกมาจากหว่างขาอย่างต่อเนื่อง ผมก้มลงไปแล้วใช้ปลายลิ้นแตะที่สายน้ำนั้นเบาๆ ก่อนที่จะลากผ่านขึ้นมายังปากถ้ำของเธอ เธอร้องเสียงหลง มือกดลงมาที่หัวของผมให้อย่างรุนแรง เหมือนอยากให้แช่อยู่ตรงนั้นให้นานที่สุด ผมละเลงปลายลิ้นอยู่บนปากถ้ำของเธออยู่นานพอที่เธอจะเริ่มต้นร้องครวญครางอย่างหนัก แล้วจึงเริ่มตะหวัดเข้าไปข้างในถ้า เธอมีอาการกระตุกอย่างรุนแรงหลายครั้งทีเดียวก่อนที่ผมจะเริ่มขยับขึ้นมาอยู่บนตัวเธอ แล้วค่อยๆ สอดปลายอวัยวะของผมเข้าไปในตัวเธอ เธอร้อง "อืม..อา..ซื้ด..เจ็บ ไม่ไหวแล้ว ช้าๆ หน่อย" ผมจึงลูบคลึงตามร่างกายเธอไปยังส่วนอื่นๆ อีกครั้งจนเธอดีดตัวไปมาไม่หยุด ผมจูบที่ปากของเธอก่อนที่จะดันความเป็นชายของผมเข้าไป "อั้ก...อื๊ม..อ๊า.." เธอร้องลั่นอย่างไม่เป็นภาษา ผมพยายามเคลื่อนตัวไปมาพร้อมกับคลึงเคล้นหน้าอกของเธอไปด้วย เธอร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเริ่มต้นร้องครวญครางอย่างเสียวกระสัน "อื๊ม..อา..ซื๊ด" ผมเริ่มต้นเคลื่อนตัวเร็วขึ้นขณะที่โอบกอดเธอเอาไว้ด้วย เธอจิกแผ่นหลังของผมก่อนที่จะกรีดนิ้วไปมาอย่างคลุ้มคลั่ง "ฮ้า..." เธอร้องอย่างลืมหายใจ ก่อนที่จะจิกเล็บลงบนหลังผมอย่างแรงค้างอยู่ครู่ใหญ่ เราสองคนกอดกันอย่างแนบแน่นเหมือนจะให้ร่างกายเราทั้งสองหลอมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน จากนั้นผมจึงค่อยๆ ถอนออก ทำความสะอาดแล้วใส่กางเกง แล้วจึงช่วยเธอใส่เสื้อผ้ากลับ ตอนพวกเราเดินกลับมาที่รถ เราเพิ่งรู้ว่ามีเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมายืนดูอยู่นานแล้ว พวกนั้นพอเห็นเราเดินขึ้นมาก็ยิ้มๆ แล้วก็เป่าปากแซวกันใหญ่ เธอซึ่งตอนนี้ก็ยังสวมหน้ากากอยู่ยิ้มที่มุมปากนิดนึงก่อนจะยกนิ้วกลางให้เด็กพวกนั้น ผู้หญิงนี่เวลาไม่มีใครรู้ว่าตนเองเป็นใครแล้วกล้ากว่าเดิมเยอะแฮะ

เรากลับมากันที่คอนโดของผม ผมให้เธออาบน้ำก่อนแล้วผมจึงเข้าไปอาบทีหลัง ตอนที่ผมเดินออกมา ผมเห็นร่างเปลือยเปล่าปล่อยผมสยาย จ้องมองกลับมาที่ผม ร่างกายเธอที่อาบด้วยแสงจันทร์ซึ่งลอดเข้ามาจากประตูระเบียงกระจกงดงามมาก ร่างเปลือยเปล่านี้ยังสวมหน้ากากเอาไว้อยู่ เธอมองมาอย่างยั่วยวนแล้วเดินกรีดกรายเข้ามากอดผมไว้ แล้วจูบผม คืนนั้นเราร่วมสัมพันธ์กันอีกหลายครั้ง

เช้าวันต่อมา เธอนอนกอดกับผมอยู่โดยที่ยังสวมหน้ากาก จุมพิตผมแล้วบอกว่า "เมื่อคืนนี้เหมือนสวรรค์เลย เราหวังว่านายจะจดจำผู้หญิงสวมหน้ากากคนนี้ไว้นะ แล้วเราจะจดจำนายเช่นกัน เมื่อเราถอดหน้ากากออก เราหวังว่านายจะยังเป็นเหมือนเดิมกับเราต่อไป" หัวใจของผมตกวูบ แต่ก็เข้าใจว่าเพราะความรู้สึกของเธอที่สวมหน้ากากอยู่ทำให้เธอปลดปล่อยตัวเองเหมือนเมื่อคืน เธออาบน้ำแต่งตัว แล้วเดินออกไปจากห้องผมเงียบๆ หลังจากนั้นเธอก็ยังทำตัวกับผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเมื่อเธอจบไป เธอบินไปเรียนต่ออเมริกา หนึ่งปีหลังจากนั้น ผมได้รับกล่องพัสดุใบหนึ่งส่งมาจากอเมริกา ข้างในกล่องบรรจุหน้ากากสีแดงใบนั้นซึ่งแนบมาพร้อมกับข้อความสั้น "เราก็รักเธอ สักวันเราคงได้พบกันอีก"

4 comments:

  1. นิยายสนุกมากครับ อยากให้มีแนวๆโจรสาว คลุมไอ้โม่งด้วย ชอบครับ

    ReplyDelete
  2. ชอบมากครับ
    ผมก็ชอบแนว Latex Bondage เหมือนกัน

    shibarido

    ReplyDelete
  3. รบกวนเอาไปโพสในบอร์ดด้วยนะครับ เรื่องดีๆ อย่างนี้อยากให้อ่านกันเยอะๆ

    ReplyDelete
  4. ภาษาสุภาพจริงๆ

    ReplyDelete